โครงการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาผลกระทบของนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีต่อกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กรณีศึกษาใน 4 จังหวัด
- Title
- โครงการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาผลกระทบของนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีต่อกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กรณีศึกษาใน 4 จังหวัด
- Subject
- ระบบประกันสุขภาพ
- ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ
- การส่งเสริมสุขภาพ
- การส่งเสริมสุขภาพ
- นโยบายสาธารณสุข
- Creator
- พีระมน นิงสานนท์
- พัฒน์พงษ์ อุดมพัฒน์
- ศิริพร ขุมทอง
- Source
- สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
- Publisher
- สำนักหอสมุดแห่งชาติ
- Date
- 2547
- Format
- Language
- ไทย
- Alternative Title
- The qualitative research for studying the impact of universal coverage insurance policy on the heath promotion and disease prevention in 4 provinces
- Abstract
- การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เป็นแนวทางหลักที่มีความสำคัญของยิ่งของกระทรวงสาธารณสุข และได้มีการดำเนินการและพัฒนาการมาอย่างยาวนาน ในขณะที่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งระบบสาธารณสุขจากโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า ส่งผลกระทบทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคด้วย โดยได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงจากเรื่อง การจัดสรร งบประมาณ การกระจายบุคลากร การบริหารจัดการ การประเมินผลงาน วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อศึกษาผลของนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต่อกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพและ ป้องกันโรคในด้านต่าง ๆ ดังกล่าว และผลต่อคุณภาพของกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพตามสิทธิประโยชน์หลัก ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยศึกษาใน 4 จังหวัด คือ สุรินทร์ พังงา ลำพูน และนครสวรรค์ เน้นวิธีการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชนและPCU/สถานีอนามัย ผลการวิจัยพบว่า ปี 2545 การจัดสรรงบประมาณไปยัง PCU มีหลายรูปแบบแตกต่างกันไปในแต่ละจังหวัด ไม่มีรูปแบบที่แน่นอน ส่งผลให้มีการมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดสรรในแต่ละจังหวัดในปี 2546 เป็นไปอย่างมีรูปแบบมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การกำหนดงบประมาณขั้นต่ำที่จะต้องจัดสรรให้ PCU/สอ. การจัดสรรงบดำเนินการให้โดยตรงจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ทำให้การบริหารงานใน PCU/สอ. มีความคล่องตัวยิ่งขึ้นมีกิจกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพมากขึ้น รูปแบบการจัดสรรงบประมาณควรเน้นให้เกิดการสร้างแรงจูงใจในการทำงานส่งเสริมสุขภาพในระดับ PCU ให้ได้ การแบ่งส่วนงบประมาณในการจ่าย เพื่อทำแผนงานโครงการควรทำอย่างรอบคอบเป็นระบบ และต้องมีหน่วยติดตามกำกับที่เข็มแข็งในระดับ CUP การกระจายบุคลากรลงสู่พื้นที่ยังไม่บรรลุผลเท่าที่ควร ในการพยายามให้มีแพทย์หรือพยาบาลประจำ PCU ส่วนหนึ่งเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงการจัดสรรงบเงินเดือนบุคลากรแบบที่กันเงินเดือนไว้ในระดับ CUP ในปี 2545 ไปเป็นกันเงินเดือนไว้ในระดับจังหวัดในปี 2546 การบริหาร เครือข่ายบริการในรูปคณะกรรมการบริหาร CUP ยังมีปัญหาในเรื่องการบริหารบุคคล เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานโดยเฉพาะใน PCU หรือ สถานีอนามัย มีความสับสนในระบบการบังคับบัญชา เรื่องทิศทางของนโยบายต่าง ๆ ไม่เป็นไปในทางเดียวกัน เจ้าหน้าที่เกิดความไม่แน่ใจในแนวทางปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ตามนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไม่มีผลกระทบทำให้ปริมาณกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ทำอยู่ก่อนหน้านี้ลดลง ส่วนในด้านคุณภาพยังไม่สามารถสรุปได้งานวิจัยนี้แบ่งการวิเคราะห์กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคออกเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มที่เริ่มมีนโยบายและวิธีการหลังมีโครงการ UC ได้แก่ งานสำรวจและใช้งานแฟ้ม ครอบครัว งานคัดกรองกลุ่มเสี่ยง งานส่งเสริมสุขภาพในประชาชนทั่วไปกลุ่มที่มีนโยบายและวิธีการชัดเจนตั้งแต่ก่อนมีโครงการ UC ได้แก่ งานเยี่ยมบ้าน งานแม่และเด็ก งานเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน งานวางแผนครอบครัวพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณและคุณภาพของกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพหลังนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเฉพาะในด้านผู้ให้บริการ ได้แก่ รูปแบบจัดสรรงบประมาณ ความสม่ำเสมอ และสิ่งสนับสนุน การวางแผนการใช้ทรัพยากรและการกำหนดกลุ่มเป้าหมายร่วมกันใน CUP การนิเทศติดตาม กำกับ และประเมินผลอย่างต่อเนื่องการปรับทัศนคติของเจ้าหน้าที่ต่องานสร้างเสริมสุขภาพ รูปแบบใหม่ การสร้างความสัมพันธ์กับอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่ และประสิทธิภาพของระบบรายงาน
Files
Collection
Citation
พีระมน นิงสานนท์, พัฒน์พงษ์ อุดมพัฒน์, and ศิริพร ขุมทอง, “โครงการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาผลกระทบของนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีต่อกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กรณีศึกษาใน 4 จังหวัด,” D-Library | National Library of Thailand, accessed April 2, 2026, http://164.115.27.97/digital2024/items/show/9496.
Position: 8382 (4 views)
