กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของพหุภาคีในการร่วมปฏิบัติการเพื่อลดการใช้สารเคมีควบคุมศัตรูพืชในจังหวัดพิจิตร
- Title
- กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของพหุภาคีในการร่วมปฏิบัติการเพื่อลดการใช้สารเคมีควบคุมศัตรูพืชในจังหวัดพิจิตร
- Subject
- ยากำจัดศัตรูพืช
- สารเคมีทางการเกษตร -- แง่สิ่งแวดล้อม
- Creator
- สุรเดช เดชคุ้มวงศ์...[และคนอื่นๆ]
- Source
- สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
- Publisher
- สำนักหอสมุดแห่งชาติ
- Date
- 2544
- Format
- Language
- ไทย
- Alternative Title
- The participatory learning of alliance of agricultural action to reduce pesticide using : case study in Phichit province
- Abstract
- กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของพหุภาคีในการร่วมปฎิบัติการเพื่อลดการใช้สารเคมีในการควบคุมศัตรูพืชในจังหวัดพิจิตร การศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการวิเคราะห์สถานการณ์ เงื่อนไข ปัจจัยและกระบวนการเชิงระบบ ที่มีผลต่อการลดการใช้สารเคมีในภาคการเกษตรของเกษตรกร รวมทั้งศึกษาแผนในการขยายผลการปรับเปลี่ยนการผลิตโดยการลดเลิกการใช้สารเคมีของเกษตรกรในจังหวัดพิจิตร โดยคัดเลือกพื้นที่ศึกษา จำนวน 3 ชุมชนจาก 3 อำเภอของจังหวัดพิจิตร เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่มเกษตรกร และสมาชิกในชุมชน โดยวิธีการสัมภาษณ์ สังเกต และเสวนากลุ่มย่อย โดยเตรียมคำถามปลายเปิดไว้ล่วงหน้า เมื่อได้ข้อมูลแล้วนำข้อมูลมาตรวจสอบตามวัตถุประสงค์ วิเคราะห์คำตอบโดยพรรณนาเชิงอธิบาย อ้างอิงเหตุผล อธิบายจากทฤษฎีและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เขียนรายงานการศึกษาตามลำดับหัวข้อที่ทำการศึกษาโดยพรรณนา ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการลด เลิกการใช้สารเคมีของเกษตรกรในจังหวัดพิจิตร ได้แก่1.ปัจจัยนำการตรวจสุขภาพประจำปีโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรรมโดยการใช้สารเคมี มีอัตราการแพ้พิษสารเคมีในอัตราที่สูง พร้อมทั้งสุขภาพเสื่อมโทรม เจ็บป่วยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นประจำ ภาวะการขาดทุนจากการทำการเกษตรที่มีต้นทุนการผลิตสูงซึ่งเกิดจาก การใช้สารเคมีที่มีราคาแพง แต่ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ 1.3 การได้รับความรู้ด้านเกษตรกรรมปลอดสารพิษจากผู้นำเกษตรกร ซึ่งมีโอกาสได้เข้ารับการอบรมเสริมความรู้ทั้งจากภาครัฐและเอกชน มาถ่ายทอดประสบการณ์ซึ่งกันและกันในชุมชน 1.4 ความเชื่อมั่นในประสิทธิผลของเกษตรกรรมปลอดสารพิษ จาการที่ได้มีโอกาสอบรม และศึกษาดูงานในพื้นที่ซึ่งดำเนินงานด้านเกษตรปลอดสารพิษ ซึ่งประสบผลสำเร็จมาแล้ว 2.ปัจจัยเอื้อ 2.1 การสนับสนุนด้านแหล่งทุนและวิชาการ จากองค์กรต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐ และเอกชนการได้ร่วมจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการฝึกปฏิบัติ และการมีส่วนร่วม ที่จัดโดยภาครัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชน การติดต่อสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพรวดเร็ว ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ส่งผลถึงความร่วมมือร่วมใจในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตด้านเกษตรกรรมคุณภาพของประชากรที่สนใจการศึกษาพัฒนาตนเอง มีความตื่นตัวในการพึ่งพาตนเอง เป็นส่วนที่ผลักดันให้สมาชิกมีความต้องการในการพัฒนาตนเอง การมีผู้นำเกษตรกรที่ประสพความสำเร็จในวิชาชีพจนเป็นที่ยอมรับ เป็นผู้นำโดยธรรมชาติข้อเสนอแนะจากการศึกษาวิจัยในการส่งเสริมหรือขยายผลการทำเกษตรปลอดสารพิษควรเริ่มต้นการส่งเสริมการค้นหาผู้นำการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ก่อนกระบวนการเรียนรู้ที่นำมาใช้เพื่อให้เกิดความยั่งยืน และสามารถขยายผลการทำเกษตรปลอดสารพิษได้ในระยะเริ่มต้น ควรจัดกระบวนการเรียนรู้ในลักษณะกลุ่มขนาดเล็กอย่างไม่เป็นทางการ ที่มีการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ใช้กระบวนการมีส่วนร่วม มีกิจกรรมการทำสารทดแทนสารเคมีร่วมกัน โดยสารทดแทนนั้นควรเน้นวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น การขยายแนวคิดการทำเกษตรปลอดสารพิษ ควรใช้รูปแบบการประสานเชื่อมโยงทุกกลุ่มให้เป็นเครือข่าย โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างสม่ำเสมอ การสนับสนุนจากองค์กรภายนอกทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนควรเน้นการสนับสนุนการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้นำการเปลี่ยนแปลง ภาครัฐควรส่งเสริมและพัฒนาทักษะ กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในการทำงานของเกษตรกร ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในท้องถิ่น เช่น เกษตรตำบล ครู หรือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำสถานีอนามัย เป็นต้น ในอนาคตควรมีการศึกษาวิจัยกระบวนการที่เหมาะสมในการค้นหาผู้นำการเปลี่ยนแปลง และกระบวนการขยายทั้งเชิงปริมาณ และคุณภาพ ที่เชื่อมโยงทั้ง ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
Files
Collection
Citation
สุรเดช เดชคุ้มวงศ์...[และคนอื่นๆ], “กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของพหุภาคีในการร่วมปฏิบัติการเพื่อลดการใช้สารเคมีควบคุมศัตรูพืชในจังหวัดพิจิตร,” D-Library | National Library of Thailand, accessed April 2, 2026, http://164.115.27.97/digital2024/items/show/9779.
Position: 8382 (4 views)
